สารานุกรมลุ่มน้ำชี

แม่น้ำชี

แม่น้ำชี เป็นแม่น้ำสายหลักและมีความยาวมากที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ของประเทศไทย

ข้อมูลโดยรวม


จังหวัดที่แม่น้ำชีไหลผ่าน

แม่น้ำชีไหลผ่านจังหวัดหลัก ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด จังหวัด (เก้าจังหวัด) โดยเรียงตามลำดับเส้นทางการไหลจากต้นกำเนิดจนบรรจบกับแม่น้ำมูล มีดังนี้:

  1. ชัยภูมิ (เป็นต้นกำเนิด)
  2. นครราชสีมา (ไหลผ่านบางส่วนทางเหนือ)
  3. ขอนแก่น
  4. มหาสารคาม
  5. กาฬสินธุ์
  6. ร้อยเอ็ด
  7. ยโสธร
  8. ศรีสะเกษ (บางส่วน)
  9. อุบลราชธานี (เป็นจังหวัดที่แม่น้ำชีไหลไปบรรจบกับแม่น้ำมูล)

แผนที่แม่น้ำชี

ที่มา : สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) (๒๕๕๕)


ลุ่มน้ำชี

ลุ่มน้ำชี (Chi River Basin) เป็นระบบลุ่มน้ำที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดใน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ภาคอีสาน) ของประเทศไทย

ลักษณะทางภูมิศาสตร์


คณะกรรมการลุ่มน้ำชี

คณะกรรมการลุ่มน้ำชีเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำชีทั้งหมด ตาม พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑

องค์ประกอบหลัก

หน้าที่และอำนาจสำคัญ


ขั้นตอนการบริหารจัดการน้ำตามแผน

๑. ขั้นตอนการจัดทำแผนแม่บท

กระบวนการจัดทำแผนแม่บทในปัจจุบัน (ภายใต้ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑) มักจะถูกแบ่งออกเป็นขั้นตอนหลัก ๆ ๕ ขั้นตอน โดยเน้นการบูรณาการและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วนในลุ่มน้ำ:

  1. การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล (Inception and Data Gathering)
  2. ขั้นตอนนี้คือการทำความเข้าใจสภาพปัจจุบันของลุ่มน้ำอย่างละเอียด:
  3. การกำหนดวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ (Vision and Strategy Setting)
  4. เป็นขั้นตอนในการกำหนดทิศทางและเป้าหมายร่วมกัน:
  5. การจัดทำแผนงานและโครงการ (Action Plan and Project Formulation)
  6. เป็นขั้นตอนที่แปลงยุทธศาสตร์ให้เป็นรูปธรรม:

  7. การรับฟังความคิดเห็นและปรับปรุงแผน (Public Consultation and Revision)
  8. เพื่อให้แผนมีความสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับ:
  9. การอนุมัติและการนำไปใช้ (Approval and Implementation)
  10. เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทำให้แผนมีผลทางกฎหมายและปฏิบัติ:

    ขั้นตอนเหล่านี้เน้นย้ำถึงหลักการที่ว่า การบริหารจัดการน้ำที่ดีจะต้องมาจากความต้องการและการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ลุ่มน้ำนั้น ๆ

๒. ขั้นตอนการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง

เน้นการเตรียมความพร้อมใน ช่วงเวลาหลัก:

  1. ขั้นตอนก่อนเกิดภัย:
  2. ขั้นตอนนี้คือการป้องกันและเตรียมรับมือไว้ล่วงหน้า เพื่อลดความรุนแรงของสถานการณ์:
  3. ขั้นตอนขณะเกิดภัย:
  4. ขั้นตอนนี้คือการปฏิบัติการฉุกเฉินเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า:
  5. ขั้นตอนหลังเกิดภัย: สำรวจความเสียหาย ฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค และเยียวยาผู้ประสบภัย
  6. ขั้นตอนนี้คือการประเมินความเสียหายและฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาวะปกติ:

๓. ขั้นตอนการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วม

ครอบคลุมการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาวใน ระยะหลัก:

  1. ระยะก่อนเกิดภัย:
  2. เป็นขั้นตอนเชิงรุกที่เน้นการลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น:
  3. ระยะขณะเกิดภัย: การแจ้งเตือนภัย การบริหารจัดการน้ำ (การระบายน้ำ การผันน้ำ) และการช่วยเหลือฉุกเฉิน (จัดตั้งศูนย์อพยพ)
  4. เป็นขั้นตอนเชิงรับที่เน้นการแจ้งเตือนและการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน:

  5. ระยะหลังเกิดภัย:
  6. เป็นขั้นตอนที่เน้นการคืนสภาพและการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาแผนในอนาคต:


ขั้นตอนการพิจารณาเสนอแนะการออกกฎหรือระเบียบ

เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการลุ่มน้ำภายใต้ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑:

ในประเทศไทยนั้น การออกกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะในเขตลุ่มน้ำใดลุ่มน้ำหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ๆ ต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายส่วน
  1. การระบุความจำเป็นและขอบเขต (Need Identification)
    • วิเคราะห์ปัญหา: คณะกรรมการลุ่มน้ำวิเคราะห์สถานการณ์และปัญหาเฉพาะในเขตลุ่มน้ำของตนเอง (เช่น ปัญหาการจัดสรรน้ำ, ปัญหาการใช้น้ำบาดาล, ปัญหาคุณภาพน้ำ) ว่ามีประเด็นใดที่จำเป็นต้องมีการออกกฎหรือระเบียบเพิ่มเติมจากกฎหมายหลัก
    • กำหนดขอบเขต: กำหนดขอบเขต เนื้อหา และวัตถุประสงค์ของกฎหรือระเบียบที่ต้องการเสนอแนะอย่างชัดเจน เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของลุ่มน้ำนั้น ๆ
  2. การจัดทำร่างกฎหมายและรับฟังความคิดเห็น (Drafting and Consultation)
    • จัดทำร่าง: คณะกรรมการลุ่มน้ำหรือหน่วยงานเลขานุการจัดทำ ร่าง กฎหรือระเบียบที่ต้องการเสนอ โดยต้องไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ และแผนแม่บทที่ได้ประกาศใช้แล้ว
    • รับฟังความคิดเห็น: จัดให้มีการ รับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ลุ่มน้ำอย่างทั่วถึง เช่น องค์กรผู้ใช้น้ำ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, และภาคประชาชน เพื่อให้ร่างกฎหมายมีความเหมาะสมและเป็นที่ยอมรับในทางปฏิบัติ
  3. การพิจารณาให้ความเห็นชอบของคณะกรรมการลุ่มน้ำ (Basin Committee Approval)
    • ปรับปรุงร่าง: นำผลการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างกฎหรือระเบียบ
    • พิจารณาและลงมติ: นำร่างกฎหรือระเบียบฉบับปรับปรุงเข้าสู่การประชุมของ คณะกรรมการลุ่มน้ำ เพื่อพิจารณาและมีมติ ให้ความเห็นชอบ ในการเสนอแนะต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)
  4. การเสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (National Water Board)
    • นำเสนอ: ประธานคณะกรรมการลุ่มน้ำหรือผู้ได้รับมอบหมายนำร่างกฎหรือระเบียบ พร้อมรายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและความเห็นของคณะกรรมการลุ่มน้ำ เสนอต่อ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.)
    • พิจารณาของ กนช.: กนช. จะพิจารณากฎหรือระเบียบที่เสนอแนะในภาพรวม เพื่อให้มั่นใจว่ากฎหรือระเบียบนั้น สอดคล้องกับนโยบายแห่งชาติ และไม่ขัดแย้งกับกฎหมายหรือระเบียบของลุ่มน้ำอื่น ๆ
  5. การดำเนินการออกกฎหมาย (Legal Promulgation)
    • เสนอผู้มีอำนาจ: เมื่อ กนช. ให้ความเห็นชอบแล้ว สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะหน่วยงานเลขานุการของ กนช. จะดำเนินการเสนอเรื่องต่อ รัฐมนตรี ผู้รักษาการตามกฎหมาย หรือ คณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณา ออกกฎหมายหรือระเบียบ ตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
    • ประกาศใช้: เมื่อกฎหรือระเบียบได้รับการอนุมัติและประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะมีผลบังคับใช้เฉพาะในเขตลุ่มน้ำชีตามที่กำหนด

กล่าวโดยสรุปคือ: ขั้นตอนนี้เป็นการแปลงความต้องการเฉพาะของคนในลุ่มน้ำ ให้กลายเป็นข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถบังคับใช้ได้จริง

ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ

ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชี โดย คณะกรรมการลุ่มน้ำชี ก่อนที่จะเสนอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินงาน (เช่น กรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำ) เป็นกระบวนการสำคัญที่เน้นการกลั่นกรองความสอดคล้องกับแผนแม่บทและการมีส่วนร่วมของผู้คนในพื้นที่ กระบวนการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำ สู่การปฏิบัติจริง โดยมีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้:

ขั้นตอนการให้ความเห็นชอบโครงการโดยคณะกรรมการลุ่มน้ำชี

  1. การเสนอโครงการ (Project Submission)
    • ผู้เสนอโครงการ: หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ (เช่น กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ, หรือหน่วยงานท้องถิ่น) จัดทำรายละเอียดโครงการ และเสนอต่อ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการลุ่มน้ำชี (ซึ่งมักจะเป็นสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เขต/ภาค ที่ดูแลลุ่มน้ำนั้น ๆ)
    • เอกสารประกอบ: โครงการต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน เช่น วัตถุประสงค์, รายละเอียดทางเทคนิค, พื้นที่ได้รับประโยชน์, ปริมาณงบประมาณที่ต้องการ, ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น, และที่สำคัญคือ ความสอดคล้องกับแผนแม่บทลุ่มน้ำชี
  2. การกลั่นกรองทางวิชาการ (Technical Screening)
    • คณะทำงานวิชาการ: สำนักงานเลขานุการฯ หรือคณะทำงานที่เกี่ยวข้องของคณะกรรมการลุ่มน้ำชี จะนำโครงการมา ตรวจสอบและกลั่นกรอง ในประเด็นสำคัญ ดังนี้:
      • ความสอดคล้อง: ตรวจสอบว่าโครงการสอดคล้องกับ แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำชี ที่ได้รับการอนุมัติแล้วหรือไม่
      • ความเหมาะสม: ประเมินความเหมาะสมทางวิศวกรรม, ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์, และความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหา
      • ผลกระทบ: พิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่อาจเกิดขึ้น
  3. การรับฟังความคิดเห็นระดับพื้นที่ (Local Consultation)
    • การประชาคม: ในโครงการขนาดใหญ่หรือโครงการที่อาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตประชาชน จะต้องมีการจัดประชุม รับฟังความคิดเห็น (ประชาคม) จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่โครงการ เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการนั้นได้รับการยอมรับและตอบสนองความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง
    • สรุปผล: สรุปผลการรับฟังความคิดเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการลุ่มน้ำ
  4. การพิจารณาและให้ความเห็นชอบ (Basin Committee Approval)
    • นำเสนอต่อคณะกรรมการ: หน่วยงานเลขานุการฯ นำผลการกลั่นกรองและสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำชี
    • การพิจารณา: คณะกรรมการลุ่มน้ำชี (ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ, ผู้ทรงคุณวุฒิ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, และองค์กรผู้ใช้น้ำ) จะร่วมกันพิจารณาและอภิปรายในรายละเอียดของโครงการ
    • การลงมติ: หากโครงการมีความเหมาะสมและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ คณะกรรมการลุ่มน้ำชีจะ ลงมติให้ความเห็นชอบ โครงการนั้น ๆ
  5. การเสนอต่อหน่วยงานรับผิดชอบ (Submission for Implementation)
    • ออกหนังสือรับรอง: เมื่อโครงการได้รับความเห็นชอบแล้ว คณะกรรมการลุ่มน้ำชีจะออกหนังสือรับรองหรือหนังสือให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการ
    • หน่วยงานรับผิดชอบดำเนินการ: หน่วยงานเจ้าของโครงการ (ผู้รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการ) จะนำหนังสือรับรองนี้ไปประกอบการขอ จัดสรรงบประมาณ และเข้าสู่กระบวนการ ดำเนินงาน ต่อไป (เช่น การออกแบบรายละเอียด, การประกวดราคา, และการก่อสร้าง)

กล่าวโดยสรุปคือ: บทบาทของคณะกรรมการลุ่มน้ำชีในขั้นตอนนี้คือการทำหน้าที่เป็น กลไกการกลั่นกรองและสร้างฉันทามติร่วมกัน ก่อนที่โครงการจะถูกนำไปปฏิบัติจริง เพื่อให้โครงการเหล่านั้นเกิดประโยชน์สูงสุดต่อคนในลุ่มน้ำ

ขั้นตอนการประสานงานการบริหารจัดการน้ำตามแผน

การทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของหลายหน่วยงาน:

  1. การมอบหมายความรับผิดชอบ (Delegation of Responsibilities)
  2. การประชุมและสร้างการรับรู้ร่วมกัน (Coordination Meetings)
  3. การแลกเปลี่ยนข้อมูลและสารสนเทศ (Data Sharing and Integration):
  4. การแก้ไขปัญหาและยุติข้อขัดแย้ง (Conflict Resolution): คณะกรรมการทำหน้าที่เป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ยข้อขัดแย้ง
  5. การติดตามและประเมินผล(Monitoring and Evaluation):